จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ และตำรวจพบว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 50-60 ปี สูง
loading...
ประมาณ 160-165 ซม. รูปร่างท้วม ผิวขาว ลักษณะศีรษะเถิก สภาพศพเน่าขึ้นอืดเปลือยกายล่อนจ้อน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 วัน ตามร่างกายมีบาดแผลฉีกขาดและรอยถลอกหลายแห่ง ที่บริเวณหน้าอกพบรอยสักเป็นรูปเสือเผ่น ตามแขน ขา ข้อมือ ด้านหลังมีรอยสักทั่วทั้งตัว ซึ่งแพทย์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า บาดแผลที่พบตามร่างกายของผู้ตาย เป็นบาดแผลที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้ตายเสียชีวิต เนื่องจากเสียชีวิตมาเป็นเวลาหลายวัน เนื้อเยื้อตามร่างกายเริ่มเน่าเปือย อีกทั้งผู้ตายก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สามารถระบุได้ว่า ชื่ออะไร หรือเป็นใครมาจากไหน จึงต้องส่งศพไปสถาบันนิติเวชฯ เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตาย ภายหลังจากที่พบศพ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ทราบเรื่องจึงได้สั่งการให้พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรีนำกำลังตำรวจชุด กก.สส.ลงพื้นที่เพื่อร่วมสืบสวนคลี่คลายคดี และหาเบาะแสของผู้เสียชีวิตรายนี้ โดยให้ตรวจสอบไปตาม สภ.ต่างๆ ในพื้นที่และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบว่า พื้นที่ใดมีการแจ้งความคนหายไว้บ้างในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหรือไม่ เพื่อเป็นเบาะแสแนวทางในการติดตามหาเบาะแสของผู้ตายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังขาวบ้านที่ทราบข่าวว่ามีศพลอยน้ำในแม่น้ำแควใหญ่ ต่างก็เดินทางมาเป็นไทยมุงยืนดูการทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตำรวจ และแพทย์ที่ทำการชันสูตรพลิกศพ เป็นจำนวนมาก ต่างก็จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์สอบถามกันไปมา
โดยต้องเอามือปิดปากปิดจมูก เนื่องจากกลิ่นเหม็นของศพเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เวลาเจอศพลอยน้ำมาในแม่น้ำ ลำคลอง มักจะพบเจอศพหากเป็นผู้ชายก็มักจะลอยคว่ำหน้า ถ้าเป็นผู้หญิงก็มักจะลอยหงาย ผิดกับศพที่เจอศพนี้กลับลอยหงายมาตามลำน้ำ จึงเป็นลักษณะแปลกๆ แถมมือเท้าก็กางออกคล้ายเป็นลักษณะของความเป็นธรรม
Cr :https://www.siamnews.com/view-17265.html
Add your comment Hide comment