
นายวุฒิกรณ์ ผู้เคราะห์ร้าย เผยว่า ช่วงตี 5 คืนวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนและภรรยา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน พากันออกไปกรีดยางพาราของนายจ้าง ได้มีช้างป่าตัวสูงใหญ่ ไม่ทราบเพศ เดินเข้ามาหาลักษณะไม่เป็นมิตร ตนจึงตะโกนเรียกภรรยาให้หนีเอาตัวรอด แต่พูดยังไม่ขาดคำ ช้างได้วิ่งไล่ตนและภรรยา พอดีตนเหลือบเห็นเนินดินพอจะวิ่งหลบหวังความปลอดภัยได้ จึงพาภรรยาวิ่งวนเพื่อหนีตายอยู่หลายรอบ แต่ช้างยังคงวิ่งตามอย่างไม่ลดละ จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกจากเนินดิน เพื่อให้ช้างวิ่งตามตนเพียงคนเดียว เพราะกลัวช้างจะทำร้ายภรรยาที่กำลังตั้งท้อง
จากนั้นช้างได้หันวิ่งไล่ตามตน แต่โชคร้ายเท้าได้ไปสะดุดกับรากยางพาราทำให้ล้มลง จังหวะนั้นช้างป่าตามมาทันใช้เท้าเตะเข้าตามลำตัว และขาหลายครั้ง จนล้มลุกคลุกคลาน คิดว่าไม่รอดแน่
ขณะเดียวกัน น.ส.ปริยานุช เผยว่า เมื่อเห็นช้างกำลังทำร้ายสามี ตนจึงวิ่งเข้าไปจะเข้าช่วยเหลือ พร้อมตะโกนร้องขอชีวิต จังหวะเดียวกันช้างได้ยกเท้าเตะเฉียดใบหน้าตน 1 ครั้ง ก่อนเดินผละออกไป และหยุดยืนแล้วหันมามองสักพักจึงหันหลังเดินเข้าป่าไป อาจเป็นเพราะบุญบารมีลูกที่อยู่ในท้องช่วยไม่ให้ช้างทำร้ายตนและสามี ทำให้รอดชีวิตมาได้ หลังตั้งสติได้จึงพากันประคองร่างกลับไปที่พักห่างจากจุดเกิดเหตุราว 400 เมตร ให้พ่อสามีพาไปส่ง รพ.แก่งหางแมว
เบื้องต้นพบว่าบริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำหลายแห่ง กระดูกไม่หัก หลังแพทย์ตรวจแล้วยืนยันว่า ทั้งคู่ไม่เป็นอันตรายจึงให้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้านพักดังกล่าว.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ
Crhttps://www.kinorza.com/743-2/
Add your comment Hide comment